HEPA FILTER (High Efficiency Particulate Air) เป็นชนิดของตัวกรองอากาศที่มีจุดเด่นในเรื่องของการกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ใช้แผ่นกรองเส้นใยไฟเบอร์กลาสที่เรียงกันอย่างหนาแน่น โดยตัวกรองอากาศชนิดนี้จะมีแผ่นกรองความละเอียดสูงกว่าแผ่นกรองอากาศทั่วไป สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน จึงนิยมใช้งานกันเพื่อดักจับฝุ่น PM 2.5 หรืออนุภาคขนาด 2.5 ไมครอน

HEPA FILTER มีหลายเกรด เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
ไส้กรองอากาศแบบ HEPA ขึ้นชื่อเรื่องการกรองฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กได้ดีมาก แต่จริง ๆ แล้ว HEPA ไม่ได้มีแค่แบบเดียว เพราะมีหลายเกรดให้เลือกใช้งาน ขึ้นอยู่กับระดับความละเอียดที่ต้องการและงบประมาณ
ตามมาตรฐานยุโรป EN 1822:1998 ได้แบ่งเกรดของแผ่นกรองอากาศไว้ทั้งหมด 8 ระดับ โดยแต่ละเกรดจะมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นแตกต่างกัน ดังนี้
E10 กรองอนุภาคได้ประมาณ 85% ยังมีฝุ่นขนาดเล็กเล็ดลอดได้ราว 15%
E11 กรองได้ประมาณ 95% โอกาสหลุดรอดเหลือประมาณ 5%
E12 กรองได้สูงถึง 99.5% อนุภาคเล็ดลอดเพียง 0.5%
H13 เป็นเกรดที่นิยมใช้งานมาก กรองได้ถึง 99.95% ฝุ่นหลุดรอดเพียง 0.05%
H14 เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก กรองได้ 99.995%
U15 กรองอนุภาคได้ละเอียดมากถึง 99.9995%
U16 กรองได้ 99.99995%
U17 เป็นระดับสูงสุด กรองได้ละเอียดมากเป็นพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดขั้นสูงสุด
การเลือกใช้เกรดของ HEPA FILTER ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริง เช่น ห้องปลอดเชื้อ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล หรือพื้นที่ทั่วไป เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในอุตสาหกรรมหลาย ๆ ประเภท จะมีสารเคมีหรืออนุภาคขนาดเล็ก ที่พนักงานหรือคนทำงานหลาย ๆ คนจะเผลอสูดดมเข้าไปในร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัว และไม่มีอาการใด ๆ ที่แจ้งเตือนว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ อุตสาหกรรมหลายแห่งจึงเลือกใช้ HEPA FILTER ที่สามารถกรองอนุภาคระดับ 0.3 ไมครอนได้ เช่น
ในปัจจุบัน ภาวะมลพิษทางอากาศเริ่มจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการเผาไหม้ของสารเคมีต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถบนท้องถนน การใช้แก๊สหุงต้ม การเผาขยะ การปล่อยมลพิษของภาคอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดมลพิษหรืออนุภาคเขม่าขนาดเล็กที่ส่งผลเสียกับร่างกายเราได้โดยไม่รู้ตัว ไส้กรองฝุ่น HEPA FILTER จึงตอบโจทย์สำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามเกรด ตามประเภทที่ต้องการใช้งาน โดยเกรด E10-E12 จะเหมาะกับการใช้งานทั่วไป เพราะมีราคาถูก ส่วนเกรด H13 ขึ้นไปจะอยู่ในกลุ่มจำพวกที่ต้องการกรองฝุ่นหรือเชื้อโรคที่มีความละเอียดสูง เช่น โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม แต่ในปัจจุบัน ด้วยสถานการณ์โควิดและ PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นก็นำตัวกรองประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ไปใช้ในภาคครัวเรือนมากขึ้น เพื่อดักจับเชื้อโรคและฝุ่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้น เวลาเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศหรือไส้กรองอากาศไปเปลี่ยน จึงควรศึกษารายละเอียดให้ดี เพื่อให้เครื่องกรองอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและดีต่อสุขภาพของคนภายในอาคารหรือบ้าน บริษัท ไทยฟิลเตอร์ ซัพพลาย จำกัด มีประสบการณ์ทางด้าน Filtration ทั้งอากาศและของเหลวมามากกว่า 30 ปี พัฒนาตัวกรองชนิดต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้า บริการติดตั้งและตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์ให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าแต่ละท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานอย่างสูงสุด
-----------------------------------------------------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง
- มาทำความรู้จักกับ HEPA ฟิลเตอร์ให้มากขึ้น